Author Archives: Boyz.Yummy

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้นายบอย ยัมมี่คนเดิม ก็กลับมาพบกับท่านผ่านบทความกันอีกเช่นเคยนะครับ ตั้งแต่ผมเริ่มต้นทำงานในอุตสาหกรรมนี้ใหม่ๆ จนมาถึงตอนนี้ ผมพบปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับเจ้าของร้านที่เริ่มต้นขายคราฟท์เบียร์ใหม่ๆ ปัญหานั้นก็คือเรื่องของ สไตล์เบียร์ ครับ เวลาที่เราเข้ามาอยู่ในโลกของคราฟท์เบียร์แล้ว คำว่าเบียร์ของเราไม่ได้มีแค่คำว่าลาเกอร์อีกต่อไป ไม่ได้มีรสชาติเดียวเหมือนที่เราเคยรู้จัก โลกของคราฟท์เบียร์มีความหลากหลายมากกว่านั้นครับ มีรสชาติหลายๆแบบให้เราได้สัมผัส ได้เลือกหามาลงร้าน และความหลากหลายนั่นแหล่ะครับ คือปัญหา ถ้าหากถามว่าเบียร์ในโลกนี้มีกี่สไตล์ด้วยกัน ผมยอมรับตามตรงเลยครับว่า ผมเองก็ตอบไม่ได้ เพราะวิธีการแบ่งสไตล์ของแต่ละที่บางทีก็ไม่เหมือนกัน แถมเบียร์สไตล์ใหม่ๆยังมีการค้นพบและเกิดขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย อย่างใน Beer Style Guidelines ปี 2019 ของ Brewers Association นะครับ มีระบุไว้ถึง 152 สไตล์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสไตล์เบียร์มันจะเยอะ แต่ถ้าเราค่อยๆเริ่มศึกษาจากเบียร์จำนวนน้อยๆไปก่อน พอคุ้นชิน อยู่กับมันได้ ค่อยทำความรู็จักเบียร์สไตล์อื่นๆเพิ่ม มันก็ไม่เกินความสามารถของพวกเรา จริงมั๊ยครับ ? ในบทความนี้ ผมอยากนำเสนอเบียร์ 5 สไตล์หลักสำหรับการเริ่มต้นครับ เบียร์ 5 สไตล์หลักนี้เป็นเบียร์ที่จะทำให้เราได้เห็นความแตกต่างใหญ่ๆของคราฟท์เบียร์แต่ละสไตล์ และเป็นแกนกลางที่ทำให้เราเรียนรู้ และต่อยอดไปดูเบียร์สไตล์อื่นต่อไปได้ง่ายขึ้น เบียร์ทั้ง 5 สไตล์นี้ มีอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ สไตล์ที่ 1 Lager ภาพเบียร์ลาเกอร์ (ภาพจากเว็บไซต์ pxfuel.com) ลาเกอร์ เบียร์ยอดนิยมที่ร้านที่ขายเบียร์ทุกร้านต้องมีครับ มันเป็นเบียร์ที่อยู่คู่สังคมไทยเรามานานมาก และมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด จนถ้าหากว่าพูดถึงแค่คำว่าเบียร์เฉยๆ คนทั่วไปก็นึกถึงเบียร์สไตล์ลาเกอร์ไปเรียบร้อยแล้ว คุณลักษณะหลักของเบียร์สไตล์นี้คือ เป็นเบียร์ที่มีบอดี้บาง รสชาติสะอาด และมีความซ่า ครับ เหมาะสำหรับการดื่มเพื่อดับกระหายหรือรีเฟรช ลองนึกดูนะครับ สมมติว่าคุณลูกค้าที่ร้าน เพิ่งกลับมาจากตีกอล์ฟ...
0 Comments | Posted By
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สำหรับวันนี้นะครับ คอลัมน์ส่องร้านขออนุญาตพาทุกท่านมาส่องร้าน Roast Coffee & Eatery กัน สำหรับร้าน Roast นะครับ เป็นร้านอาหารที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 โดยมีสาขาแม่อยู่ที่ชั้นบนสุดของโครงการ theCOMMONs ทองหล่อ และขยายต่อมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มีถึง 4 สาขาแล้วครับ (ดูสาขาได้ที่นี่) Roast สาขา The Emporium (ภาพจาก Roast Facebook Fanpage) เนื่องจากร้านนี้ เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมาก ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่าน น่าจะเคยเข้าไปใช้บริการที่ร้านนี้กันอยู่แล้ว ถ้าหากผมถามท่านผู้อ่านว่าเวลาพูดถึงร้านนี้แล้วท่านผู้อ่านนึกถึงอะไรกันบ้างครับ ? เพื่อนๆของผมมักนึกถึงกาแฟคุณภาพดี อาหารที่สด สะอาด และอร่อย นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เอาไว้นัดประชุม พบปะ พูดคุยกับเพื่อนฝูงยามที่จะต้องเข้าเมืองได้อีกด้วย พูดไป คุยไป ทานข้าวไป ประชุมกันไป กาแฟมี อาหารพร้อม และที่สำคัญคือ มีเบียร์ขายครับ คอแห้งปุ๊ป สั่งเบียร์มาได้ปั๊ป สุขีดีจริงๆ แล้วตอนนี้ที่ร้านนี้มีเบียร์อะไรขายบ้างหล่ะ เรามาส่องกันเลยครับ 1.เบียร์ภูเก็ต เบียร์ภูเก็ตหน้าร้าน Roast สาขา Central World เบียร์ตัวแรกที่มีในร้านคือ เบียร์ภูเก็ตครับ เบียร์ภูเก็ตเป็นเบียร์สไตล์ลาเกอร์ ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอยู่ทุกยุคทุกสมัย ร้านที่มีเบียร์ขายทุกร้านจะต้องมีเบียร์ลาเกอร์ติดร้านไว้ครับ สิ่งที่ทำให้เบียร์ภูเก็ตแตกต่างจากเบียร์ลาเกอร์อื่นๆคือ เบียร์ภูเก็ตมีการใช้ข้าวหอมมะลิมาเป็นส่วนหนึ่งในวัตถุดิบการผลิต ซึ่งการใช้ข้าวหอมมะลินี้เอง ทำให้เบียร์ภูเก็ตมีบอดี้และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง 2.มหานคร ไวท์เอล เบียร์มหานครหน้าร้าน Roast สาขา Central World เบียร์ตัวที่สองที่เราสามารถสั่งได้เป็น Wheat...
0 Comments | Posted By
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในฐานะที่เราเป็นผู้ที่สนใจ (หรือเริ่มต้นสนใจ) ในศาสตร์แห่งคราฟท์เบียร์ คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อยถ้าเราจะรู้ว่า เบียร์ที่เราดื่มกันอยู่นั้น ถูกผลิตขึ้นมาได้อย่างไร พอดีผมมีโอกาสไปเจออนิเมชั่นตัวหนึ่งใน YouTube ที่อธิบายเรื่องนี้พอดี ผมได้ดูแล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ประกอบกับเป็นภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวประกอบเสียงน่ารัก เลยขออนุญาตหยิบยกคลิปนี้มาเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะครับ ชื่อคลิปชื่อ How to Make Beer, the Animation โดยช่อง Nk Motion นะครับ สำหรับตัวคลิปจะแปะไว้ในด้านท้ายของโพสต์นี้ ในตอนนี้เราไปดูรายละเอียดกันเลยครับ ขั้นตอนที่ 1 จัดเตรียมวัตถุดิบ (Ingredient) น้ำ, มอลต์, ฮ็อปส์, ยีสต์ เป็นวัตถุดิบหลัก 4 อย่างในการทำเบียร์ อย่างที่เราทราบกันดีกว่า เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีวัตถุดิบหลัก 4 อย่าง ได้แก่ น้ำ, มอลต์, ฮ็อปส์ และยีสต์ ครับ น้ำเป็นองค์ประกอบหลักของน้ำเบียร์, มอลต์ทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำตาลเพื่อใช้ในการสร้างแอลกอฮอลล์ของยีสต์ ส่วนฮ็อปส์นั้นใช้ปรุงให้เบียร์เกิดรสขมรวมถึงกลิ่นหอม ส่วนยีสต์มีหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในน้ำสกัดมอลต์ให้กลายเป็นแอลกอฮอลล์และคาร์บอนไดอ็อกไซด์ครับ ดังนั้น ขั้นตอนแรกก่อนการทำเบียร์ใดๆก็คือ การจัดเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมนั่นเอง ขั้นตอนที่ 2 บดมอลต์ (Milling) บดมอลต์ (Milling) เนื่องจากเมล็ดมอลต์นั้นมันมีเปลือกหุ้มอยู่ เพื่อให้เราสามารถสกัดน้ำตาลจากมอลต์ได้เราจึงต้องนำเมล็ดมอลต์ไปบดเสียก่อน ขั้นตอนนี้เราเรียกว่า Milling หลังจากที่บดมอลต์เรียบร้อยแล้ว เราจะได้เมล็ดมอลต์ที่บดจนเปลือกแตก (แต่ไม่ป่นเป็นแป้งนะ) ขั้นตอนที่ 3 สกัดน้ำตาล (Mashing+Lautering) แมชชิ่ง (Mashing) คือการสกัดน้ำตาลจากมอลต์โดยการแช่น้ำอุ่น หลังจากได้มอลต์ที่บดแล้ว เราก็จะเริ่มสกัดน้ำตาลออกจากมอลต์กันนะครับ วิธีการสกัดน้ำตาลทำได้โดยการนำมอลต์ที่บดแล้วไปแช่ในน้ำอุ่น ณ อุณหภูมิที่เหมาะสม...
0 Comments | Posted By
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน พอดีวันนี้มีโอกาสไปเจอคลิปหนึ่งของ CBS This Morning มา จั่วหัวได้น่าสนใจ เลยขออนุญาตเอามาฝากกันนะครับ ยอดขายของเบียร์ลาเกอร์แบบดั้งเดิมตกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 5 ปี คลิปนี้ชื่อว่า How top brewers are responding to decreasing beer sales แปลได้ใจความว่า บ.เบียร์ยักษ์ใหญ่ปรับตัวอย่างไรในช่วงขาลง หลังจากทางผู้ประกาศได้กล่าวเปิดเรียบร้อยก็เข้าสู่ส่วนของสกู้ป ต้นคลิปเปิดตัวได้น่าสนใจมากครับ เป็นการเอาโฆษณา Bud Light ของการแข่ง Super Bowl ครั้งที่ 54 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ขึ้นมาแสดง ในโฆษณานี้เป็นโฆษณาเพื่อโปรโมทสินค้าที่ชื่อว่า Bud Light :: Seltzer Mango ครับ เมื่อ Bud Light ไม่ได้มีแค่เบียร์อีกต่อไป เหตุผลที่สกู้ปนี้ยกเอาโฆษณาตัวนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า วันแข่ง Super Bowl นั้น เป็น 1 ใน 7 วันที่มียอดบริโภคเบียร์สูงที่สุดของอเมริกา หากแต่ว่า ยอดจำหน่ายเบียร์ลาเกอร์แบบดั้งเดิม (Traditional Lager) นั้น ตกมา 5 ปีต่อเนื่องแล้วครับ และจากการที่ยอดขายตกลงอย่างต่อเนื่องนี้เอง ทำให้แม้กระทั่งบริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ก็ต้องปรับตัว โดยหาทางผลิตสินค้าทางเลือกอื่นมาทดแทนนั่นเอง ศึก Super Bowl เป็น 1 ใน 7 วันยอดบริโภคเบียร์สูงสุดของอเมริกันชน สกู้ปของรายการนี้ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์บริษัท Molson...
0 Comments | Posted By