“พี่บอยคะ หนูได้เบียร์ใหม่มา 2 ขวด แช่อยู่ในตู้เย็น ไปเอามาชิมกันมั๊ยคะ… ?” ยังไม่ทันที่ผมจะตอบตกลง สาวน้อยคนนั้นก็เดินไปที่ตู้เย็น แล้วก็หยิบเบียร์มา 2 ขวดพร้อมกับที่เปิดขวด พอเธอเดินมาถึงโต๊ะที่ผมนั่งอยู่ เธอก็จัดการเปิดขวดเบียร์ทั้งสองนั้น ยื่นขวดหนึ่งให้ผม และอีกขวดหนึ่งเธอก็กระดกเข้าปากแล้วซดดัง อึกๆๆๆๆ…
“อร่อยจังเลยค่ะ พี่บอยขา…” เธอบอกหลังจากซดเบียร์เข้าไปอึกใหญ่
เอิ่มมมม… คุณน้องขา อันนี้เขาเรียกกระดกเบียร์ค่ะ ไม่ใช่ชิมเบียร์ป่ะคะ
ที่เล่าเรื่องนี้ให้ทุกท่านฟังเพราะต้องการจะบอกว่า การดื่มเบียร์ กับการชิมเบียร์ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันครับ การดื่มเบียร์เป็นเรื่องของการบริโภค แต่การชิมเบียร์ส่วนใหญ่เราชิมเพราะมีวัตถุประสงค์ แล้วแต่ว่าคนชิมจะมีวัตถุประสงค์อะไร ยกตัวอย่างเช่น บรูวมาสเตอร์ ชิมเบียร์เพื่อตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หรือ เจ้าของร้าน ต้องชิมเบียร์ให้รู้รสชาติ เพื่อจะได้สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง แต่สำหรับเราๆท่านๆซึ่งเป็นผู้บริโภคแล้ว เราสามารถชิมเบียร์เพื่อพิจารณาและเพลิดเพลินกับรายละเอียดของเบียร์ได้ครับ
แล้วเวลาชิมเบียร์ เราต้องดูอะไรบ้างหล่ะ ?
เวลาที่เราจะศึกษาอะไรสักอย่างหนึ่งให้เข้าใจ วิธีการที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือการรื้อครับ ถอดมันออกมาเป็นส่วนๆ แล้วพิจารณาทีละส่วนให้ชัด ก่อนที่จะมาพิจารณาภาพรวมทีหลังอีกครั้งหนึ่ง ตารางด้านล่างคือองค์ประกอบที่เราจะพิจารณากันในการชิมนะครับ
| ประสาทสัมผัส | องค์ประกอบ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ตา | Color | สีของเบียร์ มาจากมอลต์ที่ใช้ มีหน่วยวัดมาตรฐานเรียกว่า SRM |
| ตา | Head | ฟองเบียร์ เกิดจากโปรตีนในน้ำเบียร์ที่เกาะกันเป็นโครงสร้างกัก CO2 เอาไว้ |
| ตา | Clarity/Haze | ความใส/ขุ่นของเบียร์ |
| จมูก | Aroma | กลิ่นที่เราได้ตอนดมก่อนดื่ม เกิดจากมอลต์ ฮ็อปส์ และยีสต์ |
| ลิ้น | Taste | รส หวาน เค็ม เปรี้ยว ขม และ อูมามิ |
| ปาก | Body | ความบาง/หนาของเบียร์ ลองนึกภาพน้ำเปล่ากับนมเวลาอยู่ในปาก |
| ปาก | Carbonation | ความซ่า หมายถึง ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในน้ำเบียร์ |
| ปาก | Mouthfeel | สัมผัสเมื่อเบียร์อยู่ในปาก |
| ปาก | Retronasal Smell | กลิ่นที่เกิดหลังจากที่กลืนเบียร์เข้าไปแล้ว หายใจออก มีส่วนในการสร้าง Flavor |
| ปาก | Aftertaste | รสชาติที่ทิ้งไว้หลังจากที่เบียร์ถูกกลืนลงคอไปแล้ว |
| ปาก | Flavor | เฟลเวอร์ เกิดจาก Taste + กลิ่น |
ในเมื่อเรารู้แล้วว่า มีองค์ประกอบใดที่เราจะต้องพิจารณาบ้าง ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการชิมแล้วครับ ไปดูกันเลยว่าขั้นตอนการชิมเบียร์จะต้องทำอย่างไรบ้าง สำหรับขั้นตอนการชิมเบียร์ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ จะอ้างอิงจากคลิปชื่อ How to Taste Beer – Train Your Palate w/ Cicerone Chris Quinn of The Beer Temple – Brew Review Crew นะครับ จะเป็นการชิมแบบ Casual Tasting ซึ่งหมายถึง การชิมแบบชิลล์ๆ ไม่เป็นทางการ สำหรับคลิปตัวเต็มทางเราแปะให้ท้ายบทความครับ
เกริ่นมาจนได้เวลาอันสมควรแล้ว เราไปดูขั้นตอนการชิมเบียร์กันดีกว่าครับ
ขั้นตอนที่ 1 เตรียม

ก่อนที่เราจะชิมกันนะครับ เตรียมของให้พร้อมก่อนดีกว่า สิ่งที่จำเป็นต้องมีนะครับคือ เบียร์ กับแก้ว ครับ เบียร์ต้องได้รับการแช่เย็นเอาไว้ก่อนที่จะนำมาชิม ส่วนแก้วอย่าแช่ตู้เย็นนะครับ แก้วที่ชิมถ้าเป็นไปได้เราสามารถใช้แก้วไวน์ขาวได้ หรือถ้าหากว่าไม่ได้ ก็ใช้แก้วพลาสติกก็ได้ครับ หรือถ้าหากว่าไม่ได้จริงๆ ก็ใช้แก้วอะไรก็ได้ตามสะดวกก็แล้วกัน
กระดาษ ปากกา หรือ แบบฟอร์มบันทึก (Beer Tasting Sheet) ถ้าจัดเตรียมเอาไว้ก็ดี แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับการชิมแบบ Casual Tasting ครับ ถ้าหากว่ามีการชิมหลายตัว เตรียมน้ำดื่มสำหรับล้างแก้ว ล้างปากเอาไว้ด้วยก็ดี
ขั้นตอนที่ 2 เทเบียร์

เวลาเทเบียร์เพื่อชิม เรามักจะไม่เทจนเบียร์เต็มแก้วนะครับ ส่วนใหญ่เราจะเทเอาไว้แค่ 1 ใน 3 ของแก้ว เพื่อให้แก้วมีพื้นที่ว่าง กักกลิ่นที่ระเหยออกมาเพื่อให้เราดมได้ง่ายเอาไว้ อีกอย่างการเทเบียร์เพียงแค่ 1 ใน 3 ของแก้วยังทำให้เราสามารถ Swirl แก้วได้ง่ายอีกด้วย
เวลาเทเบียร์ เราต้องพยายามเทให้มีฟองนะครับ และในกรณีที่มีการชิมหลายคนและจำเป็นต้องเทแบ่งเบียร์ออกไปหลายๆแล้ว ถ้าหากว่าเป็นเบียร์ที่มีตะกอน หรือไม่ผ่านการกรอง เราควรที่จะค่อยๆเทแบ่งทีละแก้ววนไปครับ เพื่อให้แต่ละแก้วได้ทุกส่วนของขวดอย่างทั่วถึง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาว่า คนที่แบ่งไปคนแรกได้น้ำเบียร์จากส่วนหัวของขวดซึ่งอาจจะใส ในขณะที่คนสุดท้ายได้เบียร์จากส่วนล่างของขวดซึ่งมีตะกอนยีสต์อยู่ และรสชาติเข้มกว่า
ขั้นตอนที่ 3 ดู

คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการชิมเบียร์แล้วครับ แต่ช้าก่อน เรายังไม่ให้ท่านเทเบียร์เข้าปาก เราจะต้องแทะโลมมันด้วยสายตาก่อนครับ ยกแก้วขึ้นมาดูพิจารณาถึงความเป็นไปของเบียร์ที่อยู่ในแก้วว่า สีของเบียร์เป็นอย่างไรบ้าง ? ฟองของเบียร์หนาหรือบาง ? ฟองของเบียร์นั้นเนียนหรือไม่ ? เบียร์ใสหรือมีความขุ่น ? มีตะกอนของสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายในบ้างมั๊ย ? ลองส่องกับแสงไฟดูพรายฟองที่ผุดขึ้นภายในแก้ว ? ถ้าจำไม่ได้ให้ไล่ตามตารางที่ให้ไว้ข้างบนครับ
มนุษย์เรานอกจากจะเสพความอร่อยด้วยปากและลิ้นแล้ว เรายังเสพด้วยตาอีกด้วยนะครับ รูปลักษณ์ของสิ่งที่เราจะกินส่งผลต่อประสบการณ์ที่เรียกว่าความอร่อยของเราด้วยเหมือนกัน มันเหมือนเวลาเราไปทานอาหารในภัตตาคารหรูไงหล่ะครับ ที่เชฟจะต้องตกแต่งจานออกมาให้ดูดี น่าดึงดูด น่ารับประทาน
ขั้นตอนที่ 4 ดม

หลังจากแทะโลมเบียร์ในแก้วด้วยสายตาจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ขั้นต่อไปให้ลองดมดูครับ เพื่อซาบซึ้งและเสพประสบการณ์จาก Aroma ของเบียร์ เบียร์มีกลิ่นหลายๆแบบนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เบียร์สไตล์เยอรมันไวเซ่นหลายๆตัว ให้กลิ่นหอมคล้ายกล้วย ในขณะที่เบียร์ IPA สไตล์อเมริกันที่ใช้ฮ็อปส์หนักๆ ก็มักจะมีกลิ่นฮ็อปส์ที่ฟรุ้งฟริ้งมาให้เราได้กลิ่นด้วยเหมือนกัน ลองยกแก้วเบียร์ขึ้นมาแล้วดมดูว่า เราได้กลิ่นอะไรบ้าง
เวลาที่เราดม ในตำราเขาบอกว่าให้ลองดมหลายๆวิธีครับ ยกตัวอย่างเช่น ดมแบบสูดสั้นๆ (คล้ายสุนัขเวลาดมกลิ่น) ดมแบบปิดปาก/เปิดปาก (อันนี้นึกว่าตำราเขียนเล่นๆ แต่มันได้กลิ่นต่างไปจริงๆ)
และถ้าอยากให้เบียร์คลายกลิ่นออกมาให้มากขึ้น ให้ Swirl แล้วครับ การ Swirl คือการแกว่งแก้วเพื่อให้เบียร์มันเกิดการเคลื่อนไหวและอนุภาคของกลิ่นจะได้ฟุ้งออกมามากขึ้น
คราวนี้พอจมูกเราได้กลิ่นแล้ว เราอาจจะบอกไม่ได้ว่ากลิ่นอะไร ให้ลองบรรยายโดยใช้ศัพท์เฉพาะตัวของเราก่อนครับ ผมเคยดูคลิปใน YouTube คลิปหนึ่ง ซึ่งสัมภาษณ์ Chris Quinn ผู้ซึ่งเป็น Cicerone ครับ เขาให้เทคนิคว่า ลองบรรยายด้วยกลิ่นกว้างๆ ยกตัวอย่างเช่น ฉันได้กลิ่นออกผลไม้ เป็นต้น จากนั้นค่อยถามตัวเองให้ชัดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คล้ายผลไม้อะไร เป็นต้น ตรงนี้ไม่ต้องกังวลนะครับว่าจะบอกผิด บอกถูก ความไวในการรับกลิ่นของแต่ละคนไม่เท่ากัน เป็นเรื่องปกติครับ
ขั้นตอนที่ 5 ดื่ม
และก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยนั่นก็คือ “การใส่ของเหลวเข้าปาก” นั่นเองครับ ในขั้นตอนแรก เราจะจิบเบียร์เข้าไปเล็กน้อย แล้ว “วนเบียร์” ให้ทั่วปากเสียก่อน เพื่อรับรู้รสชาติและปฎิกิริยาเวลาที่เบียร์อยู่ในปากเรา เราจะได้รับรสได้ทั่วปาก ในขั้นตอนนี้เราพอที่จะบอกรสชาติของเบียร์ตัวนี้คร่าวๆได้แล้วครับว่ามีรส (Taste) อะไรบ้าง
คำว่า Taste หมายถึง รส หวาน เปรี้ยว เค็ม ขม นะครับ จากนั้นพอเราหายในออกอีกทีหนึ่ง เราก็จะได้กลิ่นของเบียร์อีกครั้งหนึ่ง กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เรียกว่า Retronasal smell หมายถึง กลิ่นที่ตีขั้นมาด้านหลังลำคอไปสัมผัสกับส่วนรับกลิ่นในโพรงจมูกครับ กลิ่นในส่วนนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เรารับรู้ Flavor ของเบียร์นั้น
หลังจากที่จิบแรกเข้าไปแล้ว คราวนี้ลองดื่มดู สังเกตุความหนาของของเหลวที่อยู่ภายในปาก สังเกตุความซ่า ความกัดลิ้นมั๊ยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ? และหลังจากที่กลืนลงไปแล้วสักพัก มันทิ้งรสชาติอะไรไว้ในปากหรือไม่ ? รสชาติตรงนี้เราเรียกมันว่า อาฟเตอร์เทสท์ (Aftertaste) บางทีอาจจะไม่มีเลย หรือบางทีอาจจะมีรสคล้ายๆเหมือนหลังจากเราทานขนมปังใหม่ๆ อันนี้แล้วแต่เบียร์ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับขั้นตอนการชิมเบียร์ง่ายๆ 5 ขั้นตอน ไม่ยากเลยใช่มั๊ยครับ ? เพียงแค่ลองทำตามทีละขั้นตอน เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆที่กำลังอ่านอยู่ ก็สามารถที่จะเพลิดเพลินกับคราฟท์เบียร์ได้อย่างง่ายๆแล้ว ถ้าหากว่าอ่านแล้วยังงงอยู่ ผมมีคลิป YouTube ที่ Chris Quinn สอนเรื่องการชิมเบียร์อย่างง่ายๆ มาฝากด้านล่างครับ ทุกท่านสามารถคลิกดูเพื่อประกอบความเข้าใจได้
ครั้งต่อไป ถ้าท่านผู้อ่านได้ลองดื่มเบียร์ ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ แล้วเขียนมาบอกเล่ากันบ้างนะครับ
อยากฟัง




