ในตอนที่ผู้เขียนเข้ามาศึกษาเรื่องคราฟท์เบียร์ใหม่ๆนะครับ ผู้เขียนมักจะได้ยินคำว่า IPA, Pale Ale, Weizen, Stout, etc. อยู่เป็นประจำ ผมเองก็เชื่อว่าคุณผู้อ่านที่เริ่มเข้ามาศึกษาเรื่องคราฟท์เบียร์ใหม่ๆ ก็น่าจะเริ่มได้ยินคำศัพท์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน

คำศัพท์เหล่านี้เราเรียกมันว่า สไตล์ของเบียร์ (Beer Style) แล้วสไตล์ของเบียร์มันคืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไร ? ทำไมจะต้องมี ? ใครเป็นคนกำหนด ? ท่านผู้อ่านสามารถติดตามได้จากบทความนี้ครับ


สไตล์ของเบียร์คืออะไร

ในเว็บไซต์ Wikipedia มีผู้ให้คำจำกัดความของคำว่า Beer Style เอาไว้ตามข้อความด้านล่างครับ

Beer styles differentiate and categorise beers by colour, flavour, strength, ingredients, production method, recipe, history, or origin.

Wikipedia

ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า สไตล์ของเบียร์ หมายถึงคือการจัดกลุ่มเบียร์ที่มีลักษณะคล้ายกัน ออกเป็นกลุ่มๆครับ โดยจำแนกตาม สี, รสชาติ, ความแรง, วัตถุดิบ, กระบวนการผลิต, สูตร, ประวัติความเป็นมา, ถิ่นกำเนิด และ ฯลฯ

พูดง่ายๆคือ เบียร์ตัวไหนที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เขาก็จะจัดเอาไว้ในกลุ่มเดียวกัน คล้ายกับการแบ่งกลุ่มภาพยนต์ครับ ยกตัวอย่างเช่น Die Hard (1988) กับ The Rock (1996) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหนังแอ็คชั่นเหมือนกัน หรืออย่างหนังเรื่อง The Masks (1994) กับ Meet The Parent (2000) ก็จัดอยู่ในกลุ่มหนังตลก เหมือนกัน


ประโยชน์ของการจัดสไตล์เบียร์

Photo by cottonbro on Pexels.com

การจัดกลุ่มแบบนี้ ทำให้เราสามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราพูดถึง เบียร์สไตล์ IPA ก็จะหมายถึง เบียร์ที่สีอ่อนๆ รสค่อนข้างขม และมีกลิ่นฮ็อปส์ชัดๆ หรือถ้าเราพูดถึง วีทเบียร์สไตล์เบลเยี่ยม เราก็หมายถึงเบียร์ที่มีส่วนผสมของข้าวสาลี สีออกไปทาง อ่อนๆ ขาวๆ รสชาติไม่ขมมาก มีการใช้เปลือกส้มหรือเมล็ดผักชีเป็นวัตถุดิบ เป็นต้น

แน่นอนครับว่า เบียร์แต่ละตัว แต่ละยี่ห้อ มีรสชาติที่ต่างกัน แต่ถ้าหากว่าเบียร์นั้นอยู่ในสไตล์เบียร์เดียวกัน ก็ควรที่จะต้องมีรสชาติและคุณลักษณะที่ไปในทางเดียวกัน ไม่ต่างกันมาก ขออนุญาตยกตัวอย่างภาพยนต์ประกอบความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ ยกตัวอย่างเช่น หนังเรื่อง Die Hard (1988) กับ The Rock (1996) มีเนื้อเรื่องไม่เหมือนกัน แต่ทั้งสองเรื่องจัดอยู่ในกลุ่มหนังแอ็คชั่น มีฉากบู๊ล้างผลาญ ได้อารมณ์มันส์สะใจเหมือนกันทั้งสองเรื่อง

คราวนี้พอมีการจัดแบ่งเบียร์ออกเป็นสไตล์ต่างๆแล้ว ก็ทำให้ผู้บริโภคเวลาเลือกซื้อเบียร์ก็สามารถทำได้ง่ายครับ เพราะสามารถอนุมานรสชาติได้จากสไตล์ของเบียร์ที่ผู้ผลิตได้ระบุเอาไว้ และในทางกลับกัน เวลาที่ผู้ผลิตจะผลิตเบียร์สไตล์ไหนออกมา ก็ต้องทำให้ตรงกับนิยามของเบียร์สไตล์นั้น เช่นกัน


แล้วใครเป็นผู้กำหนดสไตล์ของเบียร์

จริงๆแล้วต้องบอกว่า สไตล์ของเบียร์มันเป็นสิ่งที่มีมาตั้งนานแล้วครับ แต่มันเป็นเรื่องเฉพาะท้องถิ่น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเดินเข้าไปในผับที่ประเทศอังกฤษ ในยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม พนักงานในผับจะถามเราว่า อยากได้เบียร์อะไร ? อยากได้ Mild หรือ Bitter ? นี่คือเมนูเบียร์ที่มีให้เลือกในผับ แต่ถ้าเราเดินเข้าไปในร้านอาหารที่ประเทศเยอรมัน เราก็จะเจอเมนูเบียร์ให้เลือกอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นต้น

ในสมัยก่อน สไตล์เบียร์ มันคือ สูตรเบียร์ที่ใส่ในเมนูของร้านครับ ว่าร้านนี้มีเบียร์รสชาติแบบขายบ้าง และเป็นอย่างนี้มานานมาก จนกระทั่งชายชื่อ ไมเคิล แจ็คสัน (คนละคนกับราชาเพลงป๊อป) ได้รวบรวมข้อมูล และเขียนหนังสือชื่อ World Guide to Beer ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1977 ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการศึกษาเรื่องเบียร์ของทั้งโลกและจัดกลุ่มอย่างจริงจังครับ

ไมเคิล แจ็คสัน ผู้เขียนหนังสือ World Guide to Beer – เครดิตภาพจาก Internet

ณ ปัจจุบัน ก็มีองค์กรหลายองค์กรที่ทำการจัดแบ่งสไตล์ของเบียร์อยู่ ยกตัวอย่างเช่น

ซึ่งทั้ง 3 องค์กรนี้ ก็อาจจะมีการจัดกลุ่ม และนิยามของเบียร์แต่ละสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันไปบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติคับ


ก่อนจากกันในวันนี้นะครับ ขอสรุปไว้ตรงนี้นิดนึงว่า เบียร์สไตล์มันคือการจัดกลุ่มเบียร์ที่มีลักษณะคล้ายๆกัน เอาไว้ด้วยกัน เพื่อความง่ายในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเบียร์ การผลิตเบียร์ หรือการจัดการแข่งขันเบียร์ ก็จะต้องยึดเอาสไตล์ของเบียร์เป็นหลักครับ

ในครั้งหน้าทางผู้เขียนคิดว่าจะ เขียนถึงเรื่อง สไตล์ของเบียร์พื้นที่ฐานที่เราควรต้องรู้จักเมื่อจะเริ่มศึกษาเรื่องคราฟท์เบียร์มาฝาก และจะเขียนบทความอธิบายเบียร์สไตล์ต่างๆมาลงในเพจนี้เรื่อยๆครับ

โปรดติดตามครับ

Leave a comment

เทรนดิ้ง