เวลากินอย่าเล่น เวลาเล่นอย่ากิน

นี่เป็นคำสอนที่ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนคงได้รับการสอนจากผู้ใหญ่มาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก เพราะกิจกรรมสองอย่างนี้ มันไปด้วยกันไม่ค่อยได้ กินไป เล่นไปอาจจะเกิดอันตรายได้

แต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปอ่านเจอกิจกรรมหนึ่งบนอินเตอร์เน็ต ที่ต้องบอกว่าเป็นกิจกรรม “กินไป เล่นไป” จริงๆ นั่นคือกิจกรรมที่ชื่อว่า “เบียร์โยคะ” ครับ

สำหรับคนที่ชอบกินเบียร์ ไม่ต้องกินเบียร์เสร็จแล้วค่อยฝึกโยคะ และสำหรับคนที่ชอบการฝึกโยคะ ก็ไม่ต้องฝึกโยคะก่อนแล้วค่อยกินเบียร์ เราเอาเรื่องการกินเบียร์และการฝึกโยคะมารวมเป็นเรื่องเดียวกันซะเลย จิบไป เข้าอาสนะไป ได้ทั้งความเพลินและความยืดหยุ่น แปลกดีครับ วันนี้เลยอยากจะเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน


เบียร์โยคะคืออะไร ?

กิจกรรมเบียร์โยคะในสวนสาธารณะ

ถ้าพูดกันตามหลักการแล้ว ศาสตร์ที่เราเรียกว่าโยคะนั้น มีหลายสายครับ เช่น สาย หฐโยคะเน้นความสมดุลของพลังด้านบวกและลบ เน้นการฝึกลมหายใจ, สายวินยาสะโยคะ ที่เน้นการเคลือนไหวช้าๆ ต่อเนื่อง เป็นต้น เบียร์โยคะก็ถูกวางอยู่บนรากฐานของวิชาโยคะนี่หล่ะครับ เพียงแต่ว่า เอาเบียร์เข้ามาเป็นเครื่องมือประกอบการฝึก

ในการฝึกเบียร์โยคะ ผู้ฝึกจะต้องทำท่าโยคะต่างๆ (เรียกว่าโยคะอาสนะ) พร้อมกับถือขวดเบียร์ที่เปิดแล้วเอาไว้ด้วย การเคลื่อนไหวก็เคลื่อนไหวด้วยท่าโยคะ มีการกำหนดลมหายใจ และมีสติ บางจังหวะผู้ฝึกก็ต้องรักษาสมดุลย์ของตัวเองอย่าให้ขวดเบียร์ที่ตัวเองถือไว้ล้ม หรือบางจังหวะผู้ฝึกก็ต้องดื่มเบียร์ของตนเองด้วยความมีสติ เป็นต้น เรียกได้ว่า เป็นการ ฝึกไปดื่มไป อย่างแท้จริง


แล้วมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?

พูดถึงเบียร์โยคะ

ผู้ที่คิดค้นเบียร์โยคะขึ้นมา มีชื่อว่า Emily และ Jhula ครับ ทั้งสองเป็นนักโยคะอยู่ที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

ก็อย่างที่รู้นะครับว่า เมืองเยอรมันขึ้นชื่อเรื่องเบียร์อยู่แล้ว ในฐานะที่ทั้งสองเป็นครูสอนโยคะ ก็อยากหาวิธีทำให้คนสนใจและสนุกกับโยคะมากขึ้น ก็เลยคิดค้นเบียร์โยคะขึ้นมา โดยการเอาเบียร์เข้ามาประกอบกับท่าโยคะอาสนะต่างๆ แล้วร้อยเรียงอาสนะต่างๆให้กลายเป็นการฝึกขึ้นมา

หลังจากที่ทั้งสองได้วิเคราะห์ และสังเคราะห์เบียร์โยคะจนตกผลึกแล้ว ก็เอาสิ่งที่ทั้งสองได้คิดขึ้นไปเปิดตัวในงานเทศกาล the Buring Man Festival ซึ่งจัดขึ้นที่รัฐ Nevada ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลปรากฎว่า โด่งดังเป็นพลุแตกเลยครับ ผู้คนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก สื่อต่างๆมารุมทำข่าว มีคนลองโพสต์ทำท่าโยคะประกอบเบียร์ลงใน Social Media ต่างๆ กลายเป็นกระแสทั่วโลก และจากกระแสนี้เองทำให้ตอนนี้ทั้ง Emily และ Jhula ก็กลายเป็นครูสอนโยคะที่เดินทางจัด Workshop สอนเบียร์โยคะไปทั่วโลก


มีท่าโยคะใดที่สามารถเอามาประยุกต์ในเบียร์โยคะได้บ้าง ?

ตัวอย่างการฝึกเบียร์โยคะ

ขอบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่า ท่าโยคะหลายท่ามาก ที่สามารถเอามาประยุกต์ใช้ในเบียร์โยคะได้ ขออนุญาตยกตัวอย่างมาสัก 7 ท่าดังนี้ครับ

  1. ท่าภูเขา (Tadasana): ยืนตรง เท้าชิดกัน ถือขวดเบียร์ในมือข้างหนึ่งหรือทั้งสองมือที่ระดับหน้าอก ท่านี้ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้นและรู้สึกมั่นคง
  2. ท่าต้นไม้ (Vrksasana): ยืนบนขาข้างเดียว วางฝ่าเท้าอีกข้างหนึ่งที่ต้นขาด้านในหรือที่น่อง ถือขวดเบียร์ในมือข้างหนึ่ง และยืดแขนอีกข้างออกเพื่อรักษาสมดุล
  3. ท่านักรบที่สอง (Virabhadrasana II): ยืนกางขาให้กว้าง โดยหันเท้าข้างหนึ่งออกไปด้านนอก งอเข่าหน้าขณะที่ขาหลังยังตรงอยู่ ยืดแขนทั้งสองข้างออกด้านข้าง และถือขวดเบียร์ในมือข้างใดข้างหนึ่ง
  4. ท่าสุนัขก้มหน้า (Adho Mukha Svanasana): อยู่ในท่าคว่ำหน้า ยกสะโพกขึ้นไปด้านบน โดยมือและเท้าอยู่บนพื้น สามารถวางขวดเบียร์ใกล้ๆ แล้วดื่มเมื่อผ่อนคลาย
  5. ท่าสะพาน (Setu Bandhasana): นอนหงาย งอเข่าและวางเท้าบนพื้น ยกสะโพกขึ้นไปด้านบน สามารถวางขวดเบียร์บนหน้าท้องหรือถือไว้ในมือ
  6. ท่าบิดตัวนั่ง (Ardha Matsyendrasana): นั่งกับพื้น งอขาและไขว้ขา ขณะบิดตัวไปด้านข้าง วางขวดเบียร์ไว้ข้างตัวแล้วดื่มขณะที่บิดตัว
  7. ท่านั่งสมาธิ (Sukhasana): นั่งไขว้ขาสบายๆ ถือขวดเบียร์ในมือข้างใดข้างหนึ่ง หรือวางไว้ที่หน้าอก ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสมาธิ

เห็นมั๊ยครับว่า ท่าต่างๆเหล่านี้เป็นท่าที่ผู้ฝึกโยคะต่างๆคุ้นเคย และ เป็นท่าที่ไม่ได้ยากจนเกินไป บุคคลที่ไม่เคยฝึกโยคะมาก่อน ก็สามารถเข้ามาร่วมกับกิจกรรมเบียร์โยคะได้


ประโยชน์ของเบียร์โยคะมีอะไรบ้าง ?

เบียร์โยคะ ก็เหมือนกับการออกกำลังกายด้วยโยคะแบบอื่นๆครับ ที่มีประโยชน์มากมาย ถ้าจะยกเป็นข้อๆ ก็น่าจะได้ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. สนุกและผ่อนคลาย
    การเติมเบียร์เข้าไปในการฝึกโยคะ ทำให้การฝึกโยคะดูผ่อนคลาย และมีความสนุกมากขึ้น ทำให้คนที่จากเดิมอาจจะมองว่าโยคะเป็นกิจกรรมที่ดูสงบเกินไป และอาจจะน่าเบื่อ ดูน่าสนใจขึ้นมาและเริ่มเปิดใจหันมาลองฝึกโยคะมากขึ้น
  2. เป็นการฝึกสติ
    แน่นอนครับ ว่าการฝึกโยคะนั้น ทำให้เราได้สติอยู่แล้ว แต่พอเราต้องถือขวดเบียร์อยู่ด้วย เราก็ต้องมีสติกับการเปลี่ยนท่าทางของเรามากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอทำเบียร์หก
  3. ฝึกความสมดุลย์ของร่างกาย
    ท่าโยคะหลายท่าในเบียร์โยคะ เป็นท่าที่ต้องอาศัยความสมดุลย์ของร่างกายในการเข้าอาสนะ โดยเฉพาะการถือขวดเบียร์ไปด้วยทำท่าโยคะไปด้วยทำให้เราต้องรักษาสมดุลย์ของร่างกายตัวเองมากกว่าเดิม และเมื่อฝึกบ่อยๆ เราก็จะมีร่างกายที่มีความสมดุลย์มากกว่าเดิม
  4. ได้สังคม
    กิจกรรมเบียร์โยคะส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่ทำเป็นหมู่คณะครับ พูดง่ายๆมันคือคลาสโยคะคลาสหนึ่งนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะฝึกพร้อมกันหลายคน และเมื่อคนหลายๆคนที่มีความสนใจเรื่องเบียร์มาอยู่ด้วยกัน มาทำกิจกรรมด้วยกัน ก็ย่อมทำให้เกิดเรื่องสนทนา และความเป็นมิตรสหายกัน

ข้อควรระวังของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเบียร์โยคะมีอะไรบ้าง ?

แน่นอนว่ากิจกรรมเบียร์โยคะนั้น เป็นกิจกรรมที่สนุก ดูแปลกใหม่ และน่าลองสัมผัสเป็นประสบการณ์ แต่อย่างไรก็ตาม เราจะต้องไม่ละเลยเรื่องความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้อื่น ดังนั้นก่อนที่ใครจะเข้าร่วมกิจกรรม ควรจะต้องมีการเตรียมพร้อมก่อนไปฝึกดังนี้

  1. ดื่มเบียร์อย่างมีสติ: ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และสามารถคุมสติได้ ไม่ดื่มจนเมาเกินไป เพราะทำให้เสียการทรงตัวและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้
  2. ทานข้าวไปล่วงหน้า: ท้องที่อิ่มทำให้เรามีแรงเพียงพอที่จะออกกำลังกาย และยังทำให้ร่างการดูดซึมแอลกอฮอลล์ได้ช้าลง ทำให้ไม่เมาเร็วเกินไป
  3. เลือกเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม: ใส่เสื้อผ้าที่สบายและเหมาะสมกับการออกกำลังกายเพื่อความคล่องตัวและปลอดภัย
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมจะช่วยให้มีความพร้อมและพลังงานในการฝึกโยคะ
  5. ฟังครูโยคะและรู้จักขีดจำกัดของตนเอง: ปฏิบัติตามคำแนะนำของครูโยคะและไม่พยายามฝึกท่าที่ยากเกินไป หากรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวด ควรหยุดและปรึกษาครูโยคะ
  6. ดื่มน้ำมากๆ: ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย เนื่องจากการดื่มเบียร์อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
  7. ระวังสิ่งของรอบข้าง: ตรวจสอบพื้นที่รอบข้างให้ปลอดภัยจากสิ่งของที่อาจทำให้ลื่นหรือสะดุดล้ม
  8. ไม่ขับรถหลังจากดื่มเบียร์: เมาไม่ขับ กลับรถสาธารณะ ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

สิ่งที่ต้องเตรียมในการจัดเบียร์โยคะ

เห็นมั๊ยครับว่า โยคะเบียร์นั้น เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากจริงๆ แล้วถ้าหากว่าเราต้องการจะจัดกิจกรรมนี้บ้างต้องทำอย่างไรบ้างหล่ะ ? นี่คือสิ่งที่ต้องจัดเตรียมครับ

  1. เบียร์
    ให้ข้อนี้มาเป็นข้อแรกครับ เพราะถ้าหากว่าไม่มีเบียร์ มันจะกลายเป็นการฝึกโยคะธรรมดา เบียร์นี่เราสามารถให้ผู้เข้าฝึกเตรียมมาเอง หรือซื้อที่ร้านก็ได้ครับ ในกรณีที่ไม่ได้เตรียมมา
  2. ครูสอนโยคะ
    ถ้าหากผู้จัดมีความสามารถในการนำฝึกโยคะเองได้ ก็สามารถเป็นครูเองได้ครับ แต่ถ้าหากว่าไม่มีความสามารถ ก็ติดต่อครูโยคะมาสอนดีกว่า
  3. สถานที่
    สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญครับ สถานที่ควรมีความโปร่งโล่งสบาย อากาศถ่ายเทสะดวก และมีพื้นที่เพียงพอให้กับผู้ฝึก บรรยากาศในสถานที่ฝึกก็มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ เปิดไฟให้สว่างพอดี ไม่สว่างจ้าจนเกิดไป เปิดเพลง Lo-Fi คลอๆเป็น Background ให้รู้สึกผ่อนคลาย
  4. อุปกรณ์การฝึก
    อุปกรณ์การฝึกส่วนใหญ่สามารถบอกให้ผู้เข้าร่วมเตรียมมาเองได้ ยกตัวอย่างเช่น เบาะโยคะ เป็นต้น และผู้จัดงานก็ควรเตรียมอุปกรณ์บางอย่างเอาไว้ กรณีที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้เตรียมมา หรือมีความต้องการพิเศษ เช่น Yoga Block หรือ Yoga Strap เป็นต้น
  5. เครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    เพื่อความปลอดภัยขั้นพื้นฐานเลยครับ การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาพร้อมกับทำกิจกรรมทางร่างกายอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ กันเอาไว้ดีกว่าแก้ครับ

ถ้าอยากจะจัดกิจกรรมเบียร์โยคะ จะต้องทำอะไรบ้าง ?

อ่านมาถึงจุดนี้แล้วมีความคิดเห็นกันอย่างไรบ้างครับ ท่านผู้อ่านกำลังอยากลองจัดกิจกรรมเบียร์โยคะอยู่หรือเปล่า ? การจัดกิจกรรมเบียร์โยคะก็เหมือนกับการจัดกิจกรรมอื่นๆที่ต้องมีการวางแผนงานที่ดีครับ เพื่อให้งานที่ออกมานั้นราบรื่น และประสบความสำเร็จ

และนี่คือแผนการคร่าวๆที่ผู้เขียนจัดเตรียมมาให้ทุกท่านได้ลองทำตามครับ โดยแผนการดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การวางแผนเบื้องต้น, ขั้นตอนการเตรียมงาน, การดำเนินกิจกรรม และสุดท้ายคือ การประเมินผลและปรับปรุง ซึ่งขั้นตอนต่างๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

1. การวางแผนเบื้องต้น

  • กำหนดวันที่และเวลา: เลือกวันที่และเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดกิจกรรม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีเหตุการณ์หรือกิจกรรมอื่นที่อาจขัดแย้งกับการจัดงาน
  • กำหนดสถานที่: เลือกพื้นที่ในร้านที่เหมาะสมสำหรับการจัดเบียร์โยคะ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมทั้งหมด
  • ประสานงานกับครูโยคะ: หาครูโยคะที่มีประสบการณ์และเปิดใจต่อแนวคิดของเบียร์โยคะ พูดคุยเกี่ยวกับแผนการฝึกสอนและรูปแบบของคลาส

2. การเตรียมงาน

  • การตลาดและการประชาสัมพันธ์:
    • สร้างแผนการตลาด: โปรโมตกิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ของร้าน และสื่อต่างๆ
    • ออกแบบโปสเตอร์และโบรชัวร์: สร้างสื่อการประชาสัมพันธ์ที่ดึงดูดและน่าสนใจ
    • ติดต่อสื่อมวลชน: หากเป็นไปได้ ติดต่อสื่อมวลชนเพื่อขอการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม
  • การจำหน่ายบัตร: กำหนดราคาบัตรและวิธีการจำหน่ายบัตร สามารถขายบัตรผ่านเว็บไซต์หรือในร้าน
  • จัดเตรียมอุปกรณ์:
    • เสื่อโยคะ
    • ขวดเบียร์ (จำนวนเพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วม)
    • ถ้วยน้ำดื่ม (สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์)
    • ผ้าขนหนูและน้ำดื่ม
    • ลำโพงและเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ

3. การดำเนินกิจกรรม

  • การต้อนรับผู้เข้าร่วม:
    • จัดทีมงานเพื่อรับสมัครและต้อนรับผู้เข้าร่วม
    • แจกบัตรเข้าร่วมและอุปกรณ์ที่จำเป็น
  • การดูแลความปลอดภัย: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม โดยเฉพาะเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกาย
  • การดำเนินกิจกรรม:
    • เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการแนะนำตัวครูโยคะและอธิบายรูปแบบของเบียร์โยคะ
    • นำผู้เข้าร่วมฝึกโยคะตามตารางที่วางไว้ พร้อมกับการดื่มเบียร์ตามจังหวะที่เหมาะสม
    • จัดให้มีช่วงพักเพื่อดื่มน้ำและผ่อนคลาย
  • การปิดกิจกรรม:
    • จบกิจกรรมด้วยการขอบคุณผู้เข้าร่วมและครูโยคะ
    • จัดให้มีช่วงเวลาสำหรับผู้เข้าร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์
    • แจกของที่ระลึกหรือคูปองส่วนลดสำหรับการเข้าร่วมครั้งต่อไป

4. การประเมินและปรับปรุง

  • การเก็บข้อมูลและความคิดเห็น: เก็บข้อมูลความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับกิจกรรม
  • การประเมินผล: ประเมินผลกิจกรรมโดยพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วมและความพึงพอใจ
  • การปรับปรุง: ใช้ข้อมูลที่ได้เพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป

ข้อควรระวังสำหรับผู้จัดกิจกรรม

ในขณะที่ทั่วโลกให้การตอบรับกิจกรรมนี้เป็นอย่างดี แต่กิจกรรมโยคะเบียร์กลับกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2560 (ค.ศ.2017) Wishbeer เคยจัดกิจกรรมนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง การจัดกิจกรรมในครั้งนั้นเป็นที่ฮือฮามาก และมีผู้สนใจเข้าร่วมเต็มจำนวนที่รับได้ แต่ผลปรากฎว่า การจัดงานในครั้งนั้น กลับกลายเป็นการทำผิดกฎหมาย

ข้อความตอนหนึ่งจากเว็บไซต์ของ Wishbeer ที่เขียนถึงเหตุการณ์นี้ได้กล่าวว่า

นายแพทย์ สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกโรงมาบอกว่าจะแจ้งความดำเนินคดี เพราะว่ากิจกรรมเช่นนี้สวนทางกับการรักษาสุขภาพอย่างสิ้นเชิงและเป็นการแอบแฝงขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 32 ประกอบมาตรา 3 แห่ง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อันตีความถึงการประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อืม คงต้องรอให้บ้านเราแก้กฎหมายก่อนสินะ เราถึงจะสามารถจัดกิจกรรมแบบนี้กันได้อย่างสบายใจ


แล้วถ้าอยากรู้เรื่องเบียร์โยคะเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ไหน ?

สำหรับผู้ที่ต้องการค้นคว้า และติดตามเรื่องเบียร์โยคะเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ Social Media เหล่านี้เลยครับ

Instagram

  1. @bieryoga: เป็นแอคเคาท์ของ BierYoga ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเบียร์โยคะ มีการอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรม คอร์สเรียน และข่าวสารต่าง ๆ
  2. @beeryoga_: แอคเคาท์ที่แชร์ประสบการณ์และกิจกรรมเบียร์โยคะจากทั่วโลก
  3. @yogibeerbabe: แอคเคาท์ที่รวมภาพและวิดีโอของเบียร์โยคะจากนักฝึกโยคะที่มีชื่อเสียง

Facebook

  1. BierYoga: เพจทางการของ BierYoga ที่มีการอัปเดตข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวกับเบียร์โยคะ
  2. Beer Yoga Events: เพจที่รวมข่าวสารและกิจกรรมเบียร์โยคะจากทั่วโลก

Twitter

  1. @BeerYoga: แอคเคาท์ที่ทวีตเกี่ยวกับเบียร์โยคะ ข่าวสารและอัปเดตต่าง ๆ
  2. @BierYoga: แอคเคาท์ของผู้ก่อตั้ง BierYoga ที่แชร์ข้อมูลและกิจกรรม

YouTube

  1. BierYoga: ช่องที่รวมวิดีโอเกี่ยวกับเบียร์โยคะ บทเรียน และกิจกรรมต่าง ๆ
  2. Beer Yoga Channel: ช่องที่รวมวิดีโอสอนโยคะและเบียร์โยคะจากนักฝึกโยคะหลายคน

TikTok

  1. @bieryoga: แอคเคาท์ที่แชร์วิดีโอสั้น ๆ เกี่ยวกับเบียร์โยคะ การฝึกท่าโยคะ และเบื้องหลังการทำงาน
  2. #beeryoga: แฮชแท็กที่สามารถค้นหาวิดีโอเบียร์โยคะจากผู้ใช้งานทั่วโลก

และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของกิจกรรมออกกำลังกายสุดทันสมัยที่เรียกว่า “เบียร์โยคะ” ที่ผู้เขียนเอามาฝากนะครับ ผู้อ่านท่านใดเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝึกเบียร์โยคะ หรือแม้กระทั่งเป็นครูผู้สอนโยคะ ก็เขียนมาบอกเล่าประสบการณ์กันบ้างนะครับ ผมอยากฟัง ^-^

Leave a comment

เทรนดิ้ง