คุณผู้อ่านเคยรู้สึกไหมครับว่า “ส้มตำปลาร้า” กับ “คราฟต์เบียร์” มันเหมือนมาจากคนละโลก? ฝั่งหนึ่งคือความแซ่บซี้ดถึงใจ หอมนัวแบบไทยแท้ๆ ส่วนอีกฝั่งคือโลกของมอลต์ ฮอปส์ และยีสต์ ที่เน้นความซับซ้อนของรสชาติแบบสากล แล้วถ้าผมบอกว่ามีร้านที่ทำให้สองโลกนี้มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่เข้ากันได้ แต่เป็นการ ยกระดับประสบการณ์ ไปอีกขั้น คุณผู้อ่านจะสนใจไหมครับ?
วันนี้ผมจะพาคุณไปเจาะลึกกลยุทธ์ของร้าน “ปลาร้าหอมคราฟท์ by sasi” ร้านที่กล้าหาญมากพอที่จะท้าทายตลาดอาหารอีสานแบบเดิมๆ ด้วยการ ทิ้งกลิ่นเก่า สร้างรสนิยมใหม่ ให้กับเมนูปลาร้า จนกลายเป็นอาณาจักรความแซ่บในมิติใหม่ ที่ไม่ได้ขายแค่รสชาติ แต่กำลังขาย “ไลฟ์สไตล์” ในแบบที่คอคราฟท์เบียร์อย่างพวกเราปฏิเสธไม่ลง
คำถามคือ… พวกเขาทำได้อย่างไร และเบียร์แบบไหนที่จะเอามาชนกับความแซ่บได้ถึงใจ? ตามผมมาครับ!
จุดเริ่มต้นที่ขับเคลื่อนด้วย Passion

เรื่องราวของร้านนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากสูตรสำเร็จทางธุรกิจที่ซับซ้อน แต่มาจาก แพสชัน (Passion) ล้วนๆ ของ คุณโอ๊ต ศศิธร เจ้าของร้าน ที่ตัดสินใจโบกมือลาชีวิต พนักงานเงินเดือน เกือบ 20 ปี เมื่อถึง “จุดอิ่มตัว” เพื่อมาทำสิ่งที่รักจริงๆ คือการทานส้มตำและยำ!

คุณโอ๊ตใช้ความชอบส่วนตัวเป็นเข็มทิศในการสร้างสรรค์ร้านนี้ขึ้นมา โดยตั้งต้นจากร้านเล็กๆ ที่ตั้งใจแค่ 4-5 โต๊ะ แต่ด้วยความนัวที่ไปโดนใจคนกิน ตอนนี้ร้านขยายจนมีประมาณ 20 โต๊ะแล้วครับ แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหลังจากเปิดร้านได้เพียง 3 เดือน วิกฤต COVID-19 ก็มาเยือน ชนิดที่ห้ามทานในร้านเด็ดขาด! แทนที่จะยอมแพ้ คุณโอ๊ตกลับใช้กลยุทธ์ที่รวดเร็วและยืดหยุ่น ด้วยการ “วิ่งส่งลูกค้า” รอบๆ ร้านด้วยตัวเองก่อน จากนั้นจึงผนึกกำลังกับแอปพลิเคชันเดลิเวอรี จนสามารถพาร้านรอดพ้นช่วงวิกฤตมาได้ นี่แหละครับคือหัวใจของนักสู้!
แต่ที่สำคัญกว่าเรื่องราวการสู้ชีวิตคือ กลยุทธ์การตลาด ที่ทำให้ร้านนี้แตกต่างจากร้านส้มตำทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ร้านดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมียมได้สำเร็จ และสิ่งนั้นก็อยู่ตรงหน้าคุณผู้อ่านแล้วครับ…
กลยุทธ์ “ปลาร้าหอม”: การทลายกำแพงเพื่อดึงลูกค้าชั้นดี

ผมเชื่อว่าหนึ่งใน Pain Point ที่สุดของอาหารอีสาน โดยเฉพาะส้มตำปลาร้า คือ “กลิ่น” ที่บางครั้งก็แรงเกินไปจนทำให้ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ชอบรสชาติแต่ไม่ชอบกลิ่น ต้องถอยหนี
ร้าน ปลาร้าหอมคราฟท์ ใช้กลยุทธ์ Product Differentiation ที่เฉียบขาดมาก ด้วยการแก้ปัญหาที่แกนหลักของเมนูอย่างตรงจุด! คุณโอ๊ตพัฒนา น้ำปลาร้าสูตรเฉพาะ ของทางร้านให้ “หอม นัว ไม่เหม็น” การกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นี้เอง คือการทลายกำแพงที่เคยแบ่งแยกกลุ่มลูกค้าออกไป ทำให้ส้มตำของร้าน เข้าถึงง่ายขึ้น และถูกใจคนเมืองที่อยากได้ความแซ่บแบบคลีนๆ
เมื่อ Core Product ถูกยกระดับให้เป็นพรีเมียมและเข้าถึงง่ายแล้ว สิ่งต่อไปที่ตามมาก็คือการผนวก “ไลฟ์สไตล์การดื่ม” เข้าไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านนี้เป็น “คราฟท์เบียร์ เดสติเนชัน” ที่น่าสนใจครับ
คำว่า “คราฟท์” คือการขยายขอบเขตสู่ดินเนอร์สุดชิลล์

การเติมคำว่า “คราฟท์ (Craft)” เข้ามาในชื่อร้าน ไม่ใช่แค่คำเท่ๆ แต่คือการยกระดับและ ขยายขอบเขตการบริโภค อย่างแท้จริง!
เดิมทีส้มตำถูกมองว่าเป็นอาหารกลางวัน หรือมื้อสบายๆ แต่เมื่อทางร้านเพิ่มบริการ ไวน์และคราฟต์เบียร์ เข้ามา ทำให้ร้านไม่เป็นแค่ที่กินส้มตำ แต่กลายเป็นสถานที่สำหรับ “ดินเนอร์สุดชิลล์” ที่มีบรรยากาศและเครื่องดื่มครบครัน ลูกค้ารีวิวชื่นชมกันเยอะมากว่าร้านมี คราฟต์เบียร์สด (Draft Beer) และเบียร์หลากหลายให้เลือกชิมเยอะมากๆ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของคอคราฟท์เลยก็ว่าได้!
การจับคู่ที่ลงตัวนี้เอง ทำให้มูลค่าและราคาต่อหัว (Average Spending) เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพราะเบียร์คราฟท์ดีๆ สักแก้วที่มาพร้อมกับส้มตำปลาร้าหอมนัว มันคือการ Pairing ที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์มากๆ ลองคิดดูสิครับ… ความซ่าและรสชาติที่ซับซ้อนของ Pale Ale หรือ IPA อาจจะช่วยตัดความเผ็ดและเพิ่มมิติความหอมให้กับตำปูม้าสุดแซ่บได้อย่างเหลือเชื่อ!
และเพื่อให้สมกับคำว่าพรีเมียม ทางร้านก็ไม่ได้ละเลยเรื่อง คุณภาพวัตถุดิบ ที่สำคัญไม่แพ้กัน…
หัวใจของความอร่อยที่มาพร้อม Quality Control

หัวใจของความเป็นพรีเมียมคือ Quality Control ที่เข้มงวดครับ เพราะอาหารทะเลต้องสดใหม่เท่านั้นถึงจะแซ่บถึงใจ ทางร้านจึงมีการควบคุมคุณภาพที่ตรวจสอบได้จริง:
- ความสดแบบเหนือชั้น: ร้านใช้ ระบบแช่แข็งที่อุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส เพื่อควบคุมความสดใหม่ของวัตถุดิบอย่างเคร่งครัด
- แหล่งที่มาที่ชัดเจน: ปูม้าและวัตถุดิบต่างๆ จัดหามาจาก ชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง ที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพ
- ความปลอดภัย 100%: ยืนยันหนักแน่นว่าอาหารทะเลของร้าน ปลอดสารฟอร์มาลีน 100% ทำให้คุณผู้อ่านสามารถทานได้อย่างสบายใจและมั่นใจในความสะอาด

เมื่อได้วัตถุดิบที่ดีเยี่ยมขนาดนี้แล้ว มาดูเมนูแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อคุณไปถึงร้านบ้างดีกว่าครับ!
Signature Dish ที่ต้องลอง และบรรยากาศที่ลงตัวสำหรับคอเบียร์

นอกจากส้มตำปลาร้าหอมที่อร่อยจนลืมกลิ่นเหม็นไปได้เลย ร้านยังมีเมนู Signature Dish ที่ไม่ซ้ำใครเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งผมอยากให้คุณผู้อ่านไปลิ้มลอง:
- ตำหลวงพระบาง: เมนูขายดีที่ใช้ มะละกอฝาน แทนการสับ ทำให้ได้สัมผัสที่พิเศษ และได้รสชาติที่นัวเป็นพิเศษจากกะปิผสมปลาร้า
- ยำเมืองนครน่าน: สูตรลับเฉพาะของทางร้านที่ลูกค้าไม่สามารถหาทานที่อื่นได้
- ข้าวผัดหมูกรอบ: เมนูที่ได้รับคำชมว่า ดีมาก ข้าวผัดมาแบบแห้ง หอมกลิ่นกระทะ เหมือนข้าวผัดร้านจีน (ซึ่งเป็นเมนูที่เรียกเบียร์ได้ดีเหลือเกิน!)




และสิ่งที่ทำให้คอคราฟท์เบียร์อย่างเราๆ ชื่นชอบ คือ บรรยากาศ ครับ ที่นี่มีทั้งโซนห้องแอร์เย็นสบาย และโซน Outdoor สุดชิลล์ แถมในตอนค่ำยังมี ดนตรีสดอคูสติก ฟังเพลินๆ ทำให้การจิบคราฟท์เบียร์คู่กับส้มตำยามค่ำคืน เป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบมาก ลูกค้าหลายคนต่างชื่นชมใน บริการที่ดีและเป็นกันเอง อาหารก็ออกไว แถมยังมี ที่จอดรถด้านหลังกว้างขวางและฟรี ด้วย สะดวกสบายครบเครื่องจริงๆ ครับ


บทสรุป: มิติใหม่ของความแซ่บ ที่คอคราฟท์ต้องไปพิสูจน์

“ปลาร้าหอมคราฟท์ by sasi” จึงเป็นมากกว่าร้านส้มตำธรรมดา แต่เป็นบทเรียนทางธุรกิจที่สำคัญในการ ทลายกำแพงความกลัว และ ยกระดับอาหารพื้นบ้าน ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างสวยงาม มันคือตัวเลือกชั้นดีสำหรับผู้ที่มองหามื้ออาหารอีสานพรีเมียมที่สามารถจิบคราฟท์เบียร์คู่กันได้อย่างลงตัว
ถ้าคุณผู้อ่านคือคนที่รักในรสชาติที่จัดจ้านของอาหารอีสาน แต่ก็หลงใหลในความซับซ้อนของคราฟท์เบียร์ ผมแนะนำให้ลองแวะไปพิสูจน์ความหอมนัวด้วยตัวเองดูสักครั้งครับ! ผมรับรองว่าคุณจะค้นพบการ Pairing ครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นแน่นอน!
ร้านตั้งอยู่ที่ ถนนหทัยราษฎร์ และเปิดให้บริการทุกวัน 11.00 – 24.00 น. ลองไปแล้วมาบอกผมหน่อยนะครับว่าคุณ Pair ส้มตำแซ่บๆ กับคราฟท์เบียร์ตัวไหน แล้วมันลงตัวขนาดไหน!
ข้อมูลการติดต่อ
| ปลาร้าหอมคราฟท์ by Sasi | |
| LINE | https://lin.ee/OqLLwkQ |
| Phone | 089-685-5544 |





Leave a comment