“คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า ร้านเราก็ขายดี เบียร์ก็คัดมาอย่างดี ทำไมกำไรมันยังไม่ ‘สะใจ’ อย่างที่ควรจะเป็น?”

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการคราฟท์เบียร์และอาหารมานาน ผมได้เห็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่สุดที่เจ้าของร้านส่วนใหญ่มักตกหลุมพราง นั่นคือการเชื่อว่า “เบียร์สดคือราชา กำไรทั้งหมดมาจากเบียร์”

จริงอยู่ครับที่เบียร์สดคือเสน่ห์ดึงดูดลูกค้า แต่คุณผู้อ่านเชื่อไหมว่า เมนูที่ดูเป็นแค่ตัวประกอบอย่าง Bar Bites หรือ ‘กับแกล้ม’ ที่คุณจัดไว้ในมุมเล็กๆ ของเมนู กลับเป็น ‘ขุมทรัพย์’ ที่สามารถทำกำไรขั้นต้น (Gross Margin) ให้ร้านคุณได้สูงกว่าเบียร์ที่คุณรักเสียอีก!

ในขณะที่กำไรจากเบียร์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 50-60% บทความนี้จะมาเปิดเผย ‘Bar Hacks’ ที่จะเปลี่ยนมันฝรั่งทอดธรรมดาๆ ให้กลายเป็น “ทองคำ” ที่ทำกำไรทะลุ 80-90% ได้อย่างง่ายดาย

ถึงเวลาที่คุณจะหยุดปล่อยให้กำไรก้อนโตไหลหายไป และเริ่มสร้างความมั่งคั่งในครัวของคุณด้วยเมนูที่ต้นทุนต่ำแต่ขายดีเกินคาดกันแล้วครับ!

นี่คืออาวุธลับที่คุณต้องรู้ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสั่งเบียร์แก้วถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ…


The Science of Salt & Sip: ทำไม ‘กับแกล้ม’ ถึงทำให้ลูกค้าต้องสั่งเบียร์เพิ่ม?

ก่อนที่เราจะไปดูเรื่องตัวเลข ผมอยากให้คุณผู้อ่านเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ก่อนครับ Bar Bites ไม่ได้มีไว้เพื่อ ‘ให้ลูกค้าอิ่ม’ แต่มันมีไว้เพื่อขาย ‘ความกระหายน้ำ’ และ ‘ความสนุก’

หลักการสำคัญคือ “ความเค็มและความเผ็ด” คือตัวกระตุ้นทางประสาทสัมผัสที่ทรงพลังที่สุด (The Science of Salt & Sip) เมื่อลูกค้าทานของทอดหรือของแกล้มที่มีรสชาติจัดจ้าน เช่น ปีกไก่ทอดรสจัด หรือมันฝรั่งทอดปรุงรสเข้มข้น ร่างกายจะส่งสัญญาณให้เกิดความกระหายน้ำอย่างรวดเร็วทันที

ลองนึกภาพตามนะครับ: ความกรุบกรอบ (Crunchiness) + รสชาติที่เข้มข้น = ความต้องการเครื่องดื่มเย็นๆ ตามมาอย่างไม่อาจต้านทาน นี่คือกลยุทธ์บังคับให้ลูกค้าต้องสั่งเบียร์แก้วที่สองหรือทาวเวอร์ (Tower) เพิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

ความกรุบกรอบ (Crunchiness) + รสชาติที่เข้มข้น = ความต้องการเครื่องดื่มเย็นๆ

นอกจากนี้ ในทางจิตวิทยา เมนูทานเล่นยังช่วย “ลดความรู้สึกผิด” ในการสั่งเบียร์เพิ่มด้วย เพราะการมีอาหารลงท้องแล้วทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ดื่มแค่เหล้าหรือเบียร์อย่างเดียว แถมการเสิร์ฟแบบแบ่งกันทาน (Shareable) ก็เป็นตัวกระตุ้นให้สั่งเครื่องดื่มขนาดใหญ่มาแชร์กันมากขึ้นด้วย

เมื่อคุณเข้าใจหลักการนี้แล้ว ก็ถึงเวลามาดู Bar Hacks ที่จะทำให้เมนูต้นทุนต่ำเหล่านี้กลายเป็นแหล่งทำเงินอันดับหนึ่งในร้านของคุณครับ


กลยุทธ์ที่ 1: ใช้วัตถุดิบต้นทุนต่ำสร้างกำไร 80%+

Sliced Potato Fries on White Surface, Photo by Jesus Cabrera, Pexels.com

หัวใจสำคัญของการทำกำไรสูงคือการควบคุม Food Cost (ต้นทุนวัตถุดิบ) ครับ สำหรับ Bar Bites ที่ทำกำไรสูงสุดคือเมนูที่ใช้วัตถุดิบพื้นฐานที่:

  1. ไม่เน่าเสียง่าย: เช่น มันฝรั่ง, แป้งทอด, แป้งพิซซ่า/ตอร์ติญ่าสำเร็จรูป, หัวหอม, หรือถั่วลิสง
  2. มีราคาค่อนข้างคงที่: ลดความผันผวนของต้นทุน
  3. ซื้อแบบ Bulk ได้: การซื้อวัตถุดิบปริมาณมากและเลือกใช้สินค้าแช่แข็งคุณภาพดีจะช่วยลด Food Cost ลงได้อีก 5-10% ทำให้การควบคุมต้นทุนเป็นเรื่องง่ายกว่าการใช้วัตถุดิบสดที่ต้องมีเชฟที่มีทักษะเข้ามาเกี่ยวข้อง

เคล็ดลับ: อย่ากลัวที่จะขาย Bar Bites เหล่านี้ในราคาเดียวกับคราฟท์เบียร์หนึ่งแก้วครับ! Bar Bites ทำหน้าที่เป็น Anchor Item (เมนูที่ถูกสั่งบ่อย) ที่ทำให้ร้านดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย หากคุณเพิ่มมูลค่าให้มันอย่างชาญฉลาด ราคาที่ดูสูงเมื่อเทียบกับต้นทุนวัตถุดิบจะถูกมองข้ามทันที

แล้วเราจะเพิ่มมูลค่าให้ของทอดธรรมดาได้อย่างไร? คำตอบอยู่ในหัวข้อถัดไปครับ


กลยุทธ์ที่ 2: ชู Dip & Sauce เป็นพระเอก (The Signature)

Assorted Sauces in Black Sauce Dishes, Photo by David Harvey, Pexels.com

กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนของทอดราคาถูกให้กลายเป็นเมนูพรีเมียมคือ ‘ซอส’ ครับ

แก่นของเรื่องนี้คือ อย่าขายแค่ของทอดธรรมดา แต่ขาย “ประสบการณ์จิ้ม” ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านคุณ

ต้นทุนวัตถุดิบของซอสสูตรพิเศษ (เช่น ซอสศรีราชามาโยผสมเบียร์ลดลง, ซอสเพสโต้ครีมชีส, หรือซอสพริกไทยดำสูตรเข้มข้น) มักจะต่ำมาก แต่สามารถ เพิ่มมูลค่า (Perceived Value) ให้เมนูได้สูงถึง 30% ทันที

  • ผลลัพธ์: ลูกค้าเต็มใจจ่ายแพงขึ้น 15-20% หากเมนูมีซอสสูตรพิเศษที่คุณทำเองและหาไม่ได้ที่อื่น และซอสนี้ยังกลายเป็น จุดขาย (USP) ที่ลูกค้าจดจำได้ทันที เช่น “ร้านที่มีมันฝรั่งทอดที่มาพร้อมซอสเบียร์มายองเนสรสเด็ด” และอย่าลืมว่า การขาย Add-ons (เช่น เพิ่มชีส, เพิ่มซอส, เปลี่ยนเป็นซอสพรีเมียม) มีกำไรสูงเกือบ 100% เลยนะครับ

นี่คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาสร้างความแตกต่างและทำกำไรสูงสุด แต่ยังมีอีกหนึ่ง Bar Hack ที่จะช่วยให้คุณกำจัด ‘ของเหลือ’ ได้ด้วยครับ


กลยุทธ์ที่3: เปลี่ยน “ของเหลือ” ให้เป็น “เงินสด”

Raw Meat Hanging on a Metal Hook, Photo by Nyara Aquino, Pexels.com

Bar Bites คือเครื่องมือชั้นยอดในการ ลด Food Waste จากเมนูอาหารหลักของคุณครับ

สิ่งที่ต้องทำคือ: นำวัตถุดิบที่ใช้ไม่หมดในแต่ละวันหรือใกล้จะหมดอายุการใช้งานมาปรุงเป็น “Daily Special Bar Bites” หรือ “Midnight Snack”

  • ตัวอย่าง: ผักบางชนิดที่เหลือจากการทำสลัด, เนื้อสัตว์ที่ใช้ไม่หมดจากการทำเมนูหลัก (นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดทำไส้), หรือแม้แต่เบียร์ที่ใกล้จะหมดอายุ (นำมาทำซอสหรือหมักเนื้อ)
  • ผลลัพธ์: ทุกสิ่งที่ขายได้จากวัตถุดิบที่เกือบจะเป็น ‘ขยะ’ คือกำไรขั้นต้นเกือบ 100% ที่คุณได้รับกลับมาเต็มๆ เพราะต้นทุนวัตถุดิบถือว่าถูกตัดจำหน่ายไปแล้วก่อนหน้า เป็นการเปลี่ยน ‘ค่าใช้จ่าย’ ให้กลายเป็น ‘รายได้’ อย่างชาญฉลาด

เมื่อคุณมีเมนูที่ทำกำไรสูงแล้ว ต้องมั่นใจว่าลูกค้าเห็นและสั่งมันอย่างง่ายดายด้วย Bar Hack สุดท้ายนี้ครับ


กลยุทธ์ที่ 4: จัดวางและเสิร์ฟอย่างไรให้ขายดีที่สุด?

1. การตลาดด้วยสายตา (Menu Engineering): วาง Bar Bites ที่ทำกำไรสูงสุดไว้ในตำแหน่งที่ดีที่สุด เช่น มุมขวาบนของเมนูแผ่นแรก ซึ่งเป็นจุดที่สายตาของลูกค้ามองเห็นเป็นอันดับต้นๆ และต้องใช้ รูปภาพที่น่าสนใจที่สุด เพื่อดึงดูดสายตาของลูกค้าให้เลือกเมนูนั้นทันที

2. การ Up-Selling ณ จุดสั่งซื้อ: การ Up-Selling Bar Bites สำเร็จได้ง่ายกว่าการ Up-Selling เบียร์ขวดที่แพงกว่ามากครับ พนักงานของคุณต้องได้รับการฝึกฝนให้แนะนำ Bar Bites ที่ “เข้ากัน” กับเบียร์ที่ลูกค้าเพิ่งสั่ง เช่น “ทาน IPA ตัวนี้คู่กับปีกไก่บัฟฟาโล่สูตรเผ็ดของเรา จะตัดรสชาติได้เยี่ยมเลยครับ” การแนะนำที่ชาญฉลาดสามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้ถึง 40%

3. ปฏิบัติการที่รวดเร็วและสม่ำเสมอ: Bar Bites ต้องมาเร็วที่สุด! ต้องใช้เวลาเตรียม/ทอด ไม่ควรเกิน 5-7 นาที หากอาหารมาเร็วและอร่อย ลูกค้าจะ “อยู่ต่อ” และสั่งเบียร์แก้วถัดไปอย่างไม่ต้องสงสัย การมีเมนูที่ใช้กระบวนการเตรียมที่ง่าย (Ready-to-Fry) ยังช่วยลด Labor Cost และทำให้รสชาติสม่ำเสมอด้วยครับ


สรุป: อย่าปล่อยให้ทองคำอยู่ในครัวของคุณ

Nachos with Sauce and Chili, Photo by Jayce, Pexels.com

คุณผู้อ่านครับ คุณค่าของ ‘ของทอดคู่เบียร์’ ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของมัน แต่อยู่ที่ศักยภาพในการ กระตุ้นการดื่ม และเป็น แหล่งกำไรขั้นต้นที่สูงที่สุด ที่คุณสามารถสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะหยุดทำกำไรหายไปดื้อๆ และเริ่มใช้ Bar Hacks เหล่านี้เปลี่ยน Bar Bites ธรรมดาให้กลายเป็น ทองคำ ที่สร้างความมั่งคั่งให้ร้านของคุณครับ อย่าลืมติดตามยอดขาย Bar Bites เทียบกับยอดขายเบียร์ (Ratio) เพราะนี่คือตัวชี้วัดสุขภาพทางการเงินที่แท้จริงของคุณ!

Leave a comment

เทรนดิ้ง