ก่อนที่จะไปพูดถึงความหมายของอักษรย่อแต่ละตัว ผมมีคำถามเล็กๆน้อยๆอยากให้ท่านผู้อ่านลองตอบนะครับ ข้อมูลที่ผมต้องการจะถามนั้น มาจากตารางในรูปด้านล่างครับ

ตารางที่ผมยกมา เป็นตารางที่เปรียบเทียบข้อมูลของรถยนต์ 2 รุ่นครับ จากข้อมูลในตารางดังกล่าวผมอยากจะถามท่านผู้อ่านว่า
- รถยนต์คันไหน แรงกว่า ?
- รถยนต์คันไหน ประหยัดน้ำมันมากกว่า ?
- ผมจะเอาเงินจากไหนไปซื้อครับ ? (อันนี้เอาฮา ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ ^-^”)
คุณผู้อ่านเห็นด้วยหรือไม่ครับว่า เวลาที่เราจะตอบคำถามแต่ละข้อ สิ่งที่เราทำกันคือ ย้อนกลับไปดูตัวเลขต่างๆในตาราง และหาค่าที่เราสนใจ ยกตัวอย่างเช่น เวลาถามว่ารถคันไหนแรงกว่า เราดูที่ Horse Power, เวลาดูว่ารถคันไหนประหยัดน้ำมันกว่า เราดูที่ช่อง Fuel Consumption
ผมอยากจะสื่อว่า ค่า ABV, IBU, SRM, OG และ FG นั้น ก็เหมือนกันครับ เป็นตัวเลขที่บ่งบอกคุณสมบัติของเบียร์นั่นเอง
คุณสมบัติของเบียร์
มาถึงตารางที่สองครับ ขอให้ทุกท่านลองดูตารางด้านล่าง และตอบคำถามครับ

ตารางด้านบน แสดงตัวเลขที่เปรียบเทียบคุณสมบัติของเบียร์ 3 ตัวครับ ได้แก่ Beer 1, Beer 2 และ Beer 3 จากข้อมูลในตารางด้านบน ให้ท่านผู้อ่านลองตอบคำถามต่อไปนี้ครับ
- เบียร์ตัวไหน แรงที่สุด ?
- เบียร์ตัวไหน ขมที่สุด ?
- เบียร์ตัวไหน สีอ่อนที่สุด ?
ตอบได้ ไม่ได้ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมมีเฉลยตอนท้าย ส่วนตอนนี้ เราไปดูความหมายของค่าแต่ละค่ากันเลยครับ
ABV (Alcohol by Volume)
มาที่ตัวเลขตัวแรกกันก่อนเลยนะครับ ค่า ABV
ABV ย่อมาจากคำว่า Alcohol by Volume ครับ แปลว่า ปริมาณ % ของแอลกอฮอลล์บริสุทธิ์ (เอทานอล, Ethanol) เทียบกับปริมาตรเครื่องดื่มครับ หน่วยเป็น มิลลิลิตร/มิลลิลิตร
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในฉลากเบียร์ระบุว่า เบียร์ขวดนี้มีปริมาณ ABV อยู่ที่ 5% หมายความว่า ในน้ำเบียร์ 100mL จะมีปริมาณแอลกอฮอลล์อยู่ที่ 5mL นั่นเอง
ตัวเลขตัวนี้บอกความแรงของเครื่องดื่มครับ ถ้ามีเบียร์ 2 ขวด โดยขวดแรกมี ABV 5% ขวดที่สองมี ABV 9% ขวดที่สองจะมีความแรงมากกว่าขวดแรกเพราะมีส่วนที่เป็นแอลกอฮอลล์มากกว่า
ตัวเลข ABV มีความสัมพันธ์กับตัวเลขอีก 2 ตัวคือ OG และ FG ครับ แต่ตัวเลข OG กับ FG นั้นไม่ค่อยจำเป็นสำหรับผู้บริโภคเท่าไร เดี๋ยวโยกไปไว้ท้ายๆก็แล้วกัน ต่อไปขออธิบายถึงตัวเลขอีกตัวหนึ่งซึ่งเริ่มมีความสำคัญสำหรับนักดื่มคราฟท์เบียร์นั่นคือตัวเลข IBU ครับ
IBU (International Bitterness Units)
IBU ย่อมาจากคำว่า International Bitterness Units ซึ่งแปลว่า ค่าความขมสากล เอาไว้บอกว่าเบียร์ตัวนี้ขมมากหรือขมน้อย
ตัวเลขตัวนี้มีประโยชน์มากนะครับ เพราะความขมของแต่ละคนไม่เท่ากัน เบียร์ขมของอีกคนหนึ่งอาจจะเป็นของหวานของนักดื่มอีกคนหนึ่งก็ได้ เลยจำเป็นที่จะต้องมีตัวเลขที่เป็นมาตรฐานสากลที่สามารถวัดค่าได้ ค่าความขมนี้ยังมีประโยชน์ต่อบรูวเวอร์อีกด้วยครับ เอาไว้ใช้กำหนดสเปคความขมของสูตรเบียร์ที่จะทำ ตารางด้านล่างแสดงค่าความขมของเบียร์ประเภทต่างๆครับ

ค่าความขมนี้ วัดมาจากปริมาณ Iso-Alpha-Acids ที่มีอยู่ในน้ำเบียร์ครับ อย่างที่เราทราบกันดีกว่า ความขมของเบียร์ส่วนใหญ่เกิดจาก สารที่อยู่ในกลุ่ม Alpha-Acids ที่มีอยู่ในดอกฮ็อปส์ที่เราใช้ในการทำเบียร์ เมื่อสารในกลุ่มนี้ถูกความร้อน จะเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีกลายเป็น Isomerized Alpha Acids (อ่านว่า ไอโซเมอร์ไรซ์ อัลฟ่า เอซิด) ซึ่งเป็นสารที่มีรสขม เราจึงใช้ความเข้มข้นของสารนี้ในการกำหนดความขมครับ โดย 1 IBU มีค่าเท่ากับ ปริมาณของ Iso-Alpha-Acids 1 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 กิโลกรัม (1 ppm, 1mg/Kg)
ความขม 1 IBU เท่ากับ ปริมาณ Iso-Alpha-Acids 1 mg/Kg
เทคนิคที่ใช้ในการวัดค่าความขมนี้มีหลายเทคนิคมากครับ สามารถวัดโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Spectrophotometer ก็ได้ แต่ถ้าจะให้ง่าย ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้การคำนวณจากปริมาณ Alpha Acids ที่มีในฮ็อปส์เอา เนื่องจากเดี๋ยวนี้ ผู้ผลิตฮ็อปส์มักจะบอกปริมาณอัลฟ่าเอซิดที่มีมาให้ด้วย ดังนั้นคำนวณมือได้ไม่ยากครับ
SRM (Stand Reference Method)
หลังจากที่เรารู้จักค่า ความแรง, ความขม ของเบียร์ไปแล้ว ตัวเลขตัวที่สามคือ ตัวเลขที่บ่งบอกสีของเบียร์ครับ
SRM ย่อมาจากคำว่า Standard Reference Method (SRM) เป็นตัวเลขที่ถูกพัฒนาโดย American Society of Brewing Chemist ใช้บ่งบอกค่าสีของน้ำเบียร์ครับ เพราะคำว่า สีทอง สีน้ำตาล สีดำ ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน การที่มีตัวเลขวัดอย่างชัดเจนมันช่วยให้สามารถสื่อสารได้ตรงกัน จดบันทึกได้ ทำซ้ำได้ ซึ่งเป็นผลดีในแง่ผู้ผลิตอีกด้วย

สำหรับวิธีการวัดแบบเป็นทางการที่ทำกันในห้องทดลอง เราใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Photometer ครับ เป็นเครื่องมือในการวัดแสง เราจะนำเอาตัวอย่างเบียร์ที่ต้องการวัด มาใส่ในหลอดขนาด 1cm แล้วเอาแสงสีม่วงที่มีความยาวคลื่นประมาณ 430 nm ส่องเข้าไปแล้ววัดค่าแสงที่เหลืออีกฝั่งหนึ่ง เมื่อเราทราบว่าน้ำเบียร์ที่เราวัดนั้น ดูดซับแสงไปเท่าไร แล้วก็เราตัวเลขตรงนั้นมาคำนวณ โดยใช้สูตร
SRM number = 12.7 x Dilution factor (D) x Absorbance at 430nm in a 10mm cuvette.
สูตรคำนวณ SRM
แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ที่ไม่มี Photometer และห้องทดลองเป็นของตัวเอง เราสามารถใช้ตารางเทียบสีได้ครับ

OG และ FG
มาถึงค่า 2 ตัวสุดท้ายกันแล้วครับ ได้แก่ ค่า OG และ FG ตัวเลขสองตัวนี้ ผู้บริโภคอาจจะไม่ค่อยพบเห็นเท่าไร แต่มันเป็นตัวเลขที่สำคัญมากสำหรับคนทำเบียร์ครับ เพราะตัวเลขทั้งสองตัวนี้ใช้ในการคำนวณหาค่า ABV นั่นเอง
OG ย่อมาจากคำว่า Original Gravity ส่วน FG ย่อมาจากคำว่า Final Gravity ครับ คำว่า Gravity แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ค่าความถ่วง เป็นหน่วยสำหรับบ่งบอกความหนาแน่นของของเหลวเมื่อเทียบกับน้ำครับ
ตัวเลขทั้งสองตัวบอกความหนาแน่นของน้ำเวิร์ทในการทำเบียร์ โดย OG เป็นค่าความหนาแน่นของเวิร์ทก่อนการหมัก ส่วน FG นั้นเป็นค่าความหนาแน่นเมื่อสิ้นสุดการหมัก ตัวเลขทั้งสองตัวถูกวัดโดยเครื่องมือที่เรียกว่า ไฮโดรมิเตอร์ (Hydrometer) ตามภาพข้างล่างครับ

อย่างที่เราทราบกันดีว่าภายในน้ำเวิร์ทนั้น มีน้ำตาลละลายอยู่ เวลาเราใช้ไฮโดรมิเตอร์มาวัดน้ำเวิร์ทเราจึงอนุมาณว่า หมายถึง ปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ภายในครับ เวลาบรูวเวอร์ปรุงน้ำเวิร์ทเสร็จเรียบร้อย เขาก็จะตวงน้ำเวิร์ทส่วนหนึ่งใส่ไฮโดรมิเตอร์แล้วก็บันทึกค่าเอาไว้ เรียกค่าความถ่วงก่อนการหมักนี้ว่า Original Gravity (OG)
และในระหว่างที่กำลังหมักอยู่ บรูวเวอร์ก็จะเก็บตัวอย่างน้ำเบียร์นี้มาวัดค่าความถ่วงทุกวันเพื่อดูว่าปริมาณน้ำตาลภายในนั้นเหลืออยู่น้อยแค่ไหน เนื่องจากน้ำตาลถูกยีสต์กินไปเรื่อยๆ ค่าความถ่วงจำเพาะนี้ก็จะค่อยๆน้อยลงจนกระทั่งเบียร์หมักจบ ก็จะวัดค่าความถ่วงจำเพาะนี้อีกครั้ง แล้วเรียกตัวเลขนี้ว่า Final Gravity (FG) ครับ
เมื่อเรารู้ว่า ก่อนหมักมีน้ำตาลเท่าไร และหลังหมักเหลือน้ำตาลเท่าไร เราก็จะรู้ว่าน้ำตาลหายไปเท่าไร ซึ่งตัวเลขตรงนี้เราสามารถเข้าสูตรเพื่อหาปริมาณแอลกอฮอลล์ที่เกิดขึ้นได้ครับ สูตรในการคำนวณหา ABV จากค่า OG และ FG แบบง่ายๆ อยู่ด้านล่างครับ
ABV = (OG – FG) x 131
สูตรคำนวณหา %ABV อย่างง่าย, เครดิต BeerAdvocate.com
ส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับนิยามตัวเลขต่างๆที่ผมนำมาแบ่งปันในวันนี้ ก่อนที่จะจบบทความนี้ขออนุญาตสรุปอีกครั้งนะครับว่า
- ABV ย่อมาจาก Alcohol by Volumn บอกปริมาณของแอลกอฮอลล์ในเบียร์
- IBU ย่อมาจาก International Bitterness Units บอกค่าความขมของเบียร์
- SRM ย่อมาจาก Standard Reference Method บอกค่าความเข้มของสีของน้ำเบียร์
- OG ย่อมาจาก Original Gravity, FG ย่อมาจาก Final Gravitiy ทั้งสองตัวบอกปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ในเวิร์ทก่อนและหลังการหมัก ใช้สำหรับคำนวณปริมาณแอลกอฮอลล์ที่เกิดขึ้น
ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านและติดตามครับ… สำหรับบทความนี้ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้… ลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดๆไป…
สวัสดีครับ…^-^
อ้างอิง
- Car 1 คือ รถ Mercedes Benz SLK 200 (R170) ปี 1996 จากเว็บ UltimateSpecs.com
- Car 2 คือ รถ Mercedes Benz SLK 55 AMG (R172) ปี 2012 จากเว็บ UltimateSpecs.com
- Beer 1 คือเบียร์ Star of Citra IPA จากเว็บ BeerAndBrewing.com
- Beer 2 คือเบียร์ German Chocolate Cake Sout จากเว็บ BeerAndBrewing.com
- Beer 3 คือเบียร์ Four Star Weissbier จากเว็บ BeerAndBrewing.com





Leave a comment